August 8, 2022

VAR พารอดตาย! “ปีศาจแดง” หวิดคาบ้านไล่เจ๊า “จิ้งจอกสีน้ำเงิน” 1-1 ล่าท็อปโฟร์ได้ยาก

” VAR ช่วยให้ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รอดพ้นการเสียประตูที่สอง “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เจองานยากในการลุ้นพื้นที่ท็อปโฟร์ขึ้นไปอีก เมื่อทำได้เพียงเปิดบ้านเก็บผลตีเสมอไล่เจ๊า “จิ้งจอกสีน้ำเงิน” เลสเตอร์ ซิตี้ 1-1 คะแนนตาม “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ทีมอันดับ 4 อยู่ 3 คะแนน แต่ก็แข่งมากกว่าถึง 2 เกม “

 

ศึกพรีเมียร์ลีก 2021-2022 ประจำโปรแกรมสัปดาห์ที่ 31 เป็นการดวลกันระหว่าง “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ต้อนรับการมาเยือนของ “จิ้งจอกสีน้ำเงิน” เลสเตอร์ ซิตี้

ราล์ฟ รังนิค กุนซือ “ปีศาจแดง” ทีมเจ้าบ้าน เลือกจัดทีมมาในแผนแบบระบบ 4-2-3-1 โดยใช้ บรูโน แฟร์นันด์ส เล่นหน้าเป้าแบบฟอลส์ไนน์คอยทำเกมแนวรุกร่วมกับ แอนโธนี อีแลงก้า, ปอล ป็อกบา และ เจดอน ซานโช ในขณะที่ คริสเตียโน โรนัลโด้ ไม่มีชื่อแม้แต่ตัวสำรองในครั้งนี้

ส่วนทางด้าน “จิ้งจอกสีน้ำเงิน” ทีมผู้มาเยือนของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส วางแผนมาในแบบระบบ 4-2-3-1 เช่นเดียวกัน ใช้หน้าเป้าเป็น เคเลชี อิเฮียนาโช ทำเกมแนวรุกร่วมกับ เจมส์ แม็ดดิสัน, เคียร์แนน ดูว์สบิวรี-ฮอลล์ และ ฮาร์วีย์ บาร์นส์

 

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด – เลสเตอร์ ซิตี้

ณ สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

 

เริ่มเกมในครึ่งแรกมาได้ 2 นาที “จิ้งจอกสีน้ำเงิน” เกือบได้ประตูออกนำก่อน จาก จังหวะที่ เจมส์ แมดดิสัน เปิดฟรีคิกจากทางซ้าย ส่งไปให้ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ โหม่งเช็ดข้ามคานออกพลาดไปแค่นิดเดียว

จากนั้นต่อมาโอกาสก็ยังเป็นของ “จิ้งจอกสีน้ำเงิน” ทีมผู้มาเยือนอยู่ จังหวะที่ บาร์นส์ ได้สับไกหน้ากรอบเขตโทษ แต่ทว่าแรงบอลเบาเกินไป แถมบอลไม่ตรงกรอบ

ถัดมา “ปีศาจแดง” มีโอกาสลุ้นในนาทีที่ 22 จากจังหวะที่ ลุค ชอว์ ตั้งป้อมเปิดจากทางซ้าย ส่งไปให้ ปอล ป็อกบา ได้โหม่ง แต่ทว่าจังหวะบอทั้งไกลและเบาเกินไป ทำให้เข้ามือ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล

ผ่านมาในนาทีที่ 27 “ปีศาจแดง” เกือบได้เฮเหลือเกิน จากจังหวะที่ เวสเล่ย์ โฟฟาน่า ได้ส่งบอลเสีย ทำให้ เฟร็ด กระแทกบอลขึ้นหน้าส่งให้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ได้หลุดเข้าเขตโทษไปแปด้วยขวา แต่ทว่าไม่ผ่าน แคสเปอร์ชไมเคิ่ล ใช้เท้าเซฟไว้ได้

ถัดมาในนาทีที่ 31 “จิ้งจอกสีน้ำเงิน” ทีมผู้มาเยือน เกือบได้ประตูออกนำเหมือนกัน จังหวะที่ เจมส์ จัสติน ส่งบอลสั้นๆ ให้ เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ คว้าได้ ก่อนดึงบอลเข้าซ้ายแล้วซัดระยะ 18 หลา แต่ทว่าบอลไม่ตรงกรอบ

ต่อมาอีก 5 นาที ก็ยังเป็นโอกาสลุ้นของ “จิ้งจอกสีน้ำเงิน” จังหวะที่ แมดดิสัน เปิดบอลเข้าเขตโทษ ส่งให้ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ โผล่เข้ามาตัดหน้า ดาโล่ต์ กระโดดไปยิงเฉี่ยวเสาออกไปแค่นิดเดียว ส่งผลให้ในช่วงครึ่งแรกสกอร์ยังเสมอกันอยู่ 0-0

เริ่มเกมในช่วงครึ่งหลัง ผ่านมาจนถึงนาทีที่ 63 กลายเป็น “จิ้งจอกสีน้ำเงิน” ที่ทำประตูออกตัวขึ้นนำก่อน จากจังหวะ เจมส์ แมดดิสัน ลากบอลจากฝั่งซ้ายเข้าเขตโทษผ่านทั้ง แม็กไกวร์ และ วาราน ส่งมาถึง อิเฮียนาโช่ โน้มตัวเข้าไปโหม่งย้อนทางผ่านมือ ดาบิด เด เคอา บอลพุ่งเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ส่งผลให้ “จิ้งจอกสีน้ำเงิน” ขึ้นนำด้วยสกอร์ 1-0

ถัดมาในนาทีที่ 66 “ปีศาจแดง” ก็ตีไข่แตกตามตีเสมอ 1-1 ได้อย่างรวดเร็ว จังหวะที่ วาราน ตัดบอลได้ตรงกลางสนาม สุดท้ายบอลไปถึง บรูโน่ แฟร์นันด์ส หาเหลี่ยมยิงด้วยขวาระยะ 18 หลา แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ล้มตัวปัดไว้ก่อน แต่ เฟร็ด ก็ยังตามซ้ำซัดบอลเข้าประตูไปอย่างหวุดหวิด

ต่อมาช่วงท้ายเกมในนาทีที่ 80 “จิ้งจอกสีน้ำเงิน” ส่งบอลเข้าประตูแต่ไม่ได้ประตู จากจังหวะที่ เคเลชี อิเฮียนาโช ไหลบอลในเขตโทษ ส่งให้ เจมส์ แม็ดดิสัน กดด้วยซ้ายเบียดเสาเข้าประตูไป แต่ทว่าจากการเช็ค VAR ของผู้ตัดสิน ก็พบว่าทาง อิเฮียนาโช ได้ซัดถูกขาของ ราฟาแอล วาราน ก่อนแย่งบอลไปแอสซิสต์ ทำให้ถูกยืดประตู ไม่ได้ประตูขึ้นนำของทีมผู้มาเยือน

จากนั้นในช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเกิดขึ้นเพิ่มเติมอีก ทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ ทำให้สุดท้ายจบเกมด้วยผลเสมอ 1-1 แบ่งกันไปทีมละคะแนน โดย “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่อันดับที่ 6 มีเพิ่มเป็น 51 คะแนน ส่วนทาง “จิ้งจอกสีน้ำเงิน” เลสเตอร์ ซิตี้ อยู่อันดับที่ 9 มีเพิ่มเป็น 31 คะแนน ทำให้ “ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด ยิ่งเจองานหนัก ยากไปอีกในการไล่ล่าพื้นที่ท็อปโฟร์ในครั้งนี้.